เกิดอะไรขึ้นที่สโต้ค Part 2

By admin No comments

เกิดอะไรขึ้นที่สโต้ค Part 2 ปากบนลีกสูงสุดและพาทีมเข้าชิงเอฟเอคัพ ถ้วยฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในพรีเมียร์ลีกเชียวนะ แต่แล้วพวกเขาก็ได้เซ็นสัญญามาร์ค ฮิวจ์เข้ามาแทนและเขาทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ แต่แล้วในปีที่ 5 ของการคุมทีมมาร์ค ฮิวจ์และทีมมีผลงานย่ำแย่ทำให้ถูกไล่ออกและทำการเซ็นสัญญาพอล แลมเบริตขึ้นมาแทนแต่แล้วแลมเบริตไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดจากการตกไปเล่นในแชมป์เปี้ยนชิพได้สำเร็จจนถึงตอนนี้ยังมีเครื่องหมายคำถามกับแฟนบอลว่าการที่ไล่โทนี่ พูลิสออกคือการก้าวไปข้าวหน้าหรือเป็นการก้าวไปข้างหลังกันแน่ พวกเขาน่าจะคิดถึงโทนี่ พูลิสอยู่นะสำหรับแฟนสโต้ค ซิตี้     นักเตะผิดฟอร์ม นักเตะของสโต้คที่หลงเหลือจากฤดูกาลที่ยังโลดแล่นอยู่บนพรีเมียร์ลีกยังมีไม่ว่าจะเป็นโจ อัลเลนที่เคยเล่นกับลิเวอร์พูลมาแล้ว แจ็ค บัตแลนด์ที่ก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่มาและอีกหลายๆคนที่ยังสามารถเล่นฟุตบอลระดับสูงได้อย่างสบายแต่แล้วชื่อเสียงกับฝีเท้ากลับตรงกันข้ามเมื่อนักเตะอย่างบัตแลนด์ที่เป็นผู้รักษาประตูที่เคยก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษมาแล้วแต่ฟอร์มไม่เอาอ่าวเลยเขาเป็นผู้รักษาประตูที่มีอัตราการเซฟต่ำสุดในแชมป์เปี้ยนชิพ  หรือแม้แต่โจ อัลเลนที่ไม่เหลือฟอร์มอันร้อนแรงตอนเล่นอยู่บนลีกสูงสุดได้เลยนอกจากนั้นนักเตะของสโต้คในทีมนั้นส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุเลข 3แล้วทั้งนั้นโดยตัวจริงในทีมที่ลงสนามในแต่ละเกมที่ผ่านมาที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 27 ปีเท่านั้น โดยกูรูฟุตบอลอังกฤษท่านหนึ่งได้ให้ความเห็นว่านักเตะของสโต้คไม่มีแรงจูงใจในอาชีพแล้วเพราะพวกเขามีอายุกันหมดแล้วต่างกันออกไปถ้าสโต้คใช้ดาวรุ่งพวกเขาอาจได้ใช้ความกระหายในเกม ความกระหายที่จะโชว์ฟอร์มพวกเขาอาจจะอยู่ในจุดที่ดีกว่านี้ก็เป็นได้ และอาจจะเป็นนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ส่งผลต่อฟอร์มสโต้คปัจจุบัน การเสริมตัวที่ผิดพลาด นาธาน โจนส์เข้ามาคุมทีมก่อนฤดูกาล 2019จะเริ่มขึ้นและเขาได้เสริมนักเตะมาทั้งหมดสามคนจากลีกสูงสุดได้แก่ แดนนี่ บาทต์ , แซม โวคก์ และมาร์ค ดัฟฟี่ อย่าลืมว่านักเตะสามคนที่สโต้คทำการเสริมเข้ามาล้านแต่มาจากทีมในลีกสูงสุดอย่างพรีเมียร์ลีกทั้งสิ้น แต่แล้วเมื่อฤดูกาลเริ่มขึ้นเกมแล้วเกมเล่าที่ผ่านไปพวกเขาทำผลงานได้ไม่ต่างจากนักเตะที่สโต้ค ซิตี้มีอยู่แล้วในทีม ทำให้ตอนนี้พวกเขาต้องทนใช้นักเตะที่มีเอาตัวรอดในช่วงเลคแรกจนกว่าจะถึงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงหน้าหนาวเราจะมาดูกันว่าพวกเขาจะเสริมทัพใครและมีผลต่อทีมในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง นี่คือปัญหาที่ทีมฟุตบอลเก่าแก่และมีสเน่ห์อับดับต้นๆของเกาะอังกฤษกำลังเผชิญแต่แล้วแฟนบอลชาวไทยอย่างเราได้แต่เอาใจช่วยไม่ให้พวกเขาผลงานย่ำแย่เกินจะแก้ดิ้แล้เอาใจช่วยให้ฤดูกาลนี้พวกเขาอยู่รอดในแชมป์เปี้ยนชิพให้จงได้…..

เกิดอะไรขึ้นที่สโต้ค Part 1

By admin No comments

เกิดอะไรขึ้นที่สโต้ค Part 1 สโต้ค ซิตี้ ชื่อนี้คุ้นหูกันดีสำหรับแฟนบอลอังกฤษทั้งแฟนบอลชาวไทยและแฟนบอลชาวต่าชาติ ทีมนี้เป็นทีมที่มีประวัติค่อนข้างยาวนานที่สุดในอังกฤษทีมนึงเลยทีเดียว  โดยครั้งหนึ่งสโต้คเคยโลดแล่นอยู่บนลีกสูงสุดของประเทศอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปีพวกเขาไม่ใช่แค่รอดจากการตกชั้นจากลีกสูงสุดเท่านั้นแต่เคยก้าวเข้าไปเล่นยูโรป้าลีคมาแล้ว ด้วยความที่ว่าทีมมีแนวทางการเล่นที่ชัดเจนในยุคที่โทนี่ พูลิสยังคุมทีมอยู่โดยพวกเขามักจะใช้ลูกกลางอากาศเล่นงานคู่แข่งอยู่เสมอหรือที่เรียกว่าฟุตบอลไดเรกต์หรือฟุตบอลแบบโบราณนั่นเอง ไม่เว้นแม้แต่ลูกทุ่มที่ไม่ว่าจะได้ทุ่มจุดไหนถ้าไม่เลยกลางสนามพวกเขาจะทุ่มเข้าไปยังในกรอบเขตโทษของฝั่งตรงข้ามจนมันอันตรายราวกับว่าพวกเขาได้ฟรีคิกแม้จะเป็นการเล่นที่โบราณไม่สวยงามแต่ผลงานของทีมก็ไปได้สวย นอกจากนั้นจุดแข็งอีกด้านของพวกเขาคือการเล่นในรังเหย้าของพวกเขาที่แม้แต่ทีมใหญ่ๆยังเอาตัวรอดกลับไปลำบากเนื่องจากแฟนบอลที่ร้องเพลงเชียร์ดังเป็นอันดับต้นๆของลีคแค่คิดก็เป็นทีมที่มีสเนห์มากเลย แต่แล้วไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ตอนนี้สโต้ค ซิตี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากเนื่องจากพวกเขาอยู่ในโซนตกชั้นของแชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษถ้ายังไม่ดีขึ้นปีหน้าเราจะมีหวังได้เห็นสโต้ค ซิตี้ได้ลงไปเล่นในลีกวันเป็นแน่แท้ สโต้ค ซิตี้มีผลงานยอดแย่ในช่วงเปิดฤดูกาลและพวกเขาเปลี่ยนมาเป็นโค้ชอย่างนาธาน โจนส์ที่คุมลูตัน ทาวน์ทีมจากลีกวันเมื่อทีมบริหารของสโต้ค ซิตี้เสนอสัญญาให้กับนาธาน โจนส์แน่นอนเขาไม่รอช้าที่จะยกระดับอาชีพให้กับตัวเองด้วยการไปคุมทีมในระดับที่สูงกว่าจากลีกวันขึ้นมาแชมป์เปี้ยนชิพ แต่แล้วเหมือนโชคชะตาเล่นตลกกับสโต้คและนาธาน โจนส์เมื่อมองไปที่ตารางคะแนนลีกแชมป์เปี้ยนชิพปัจจุบันแล้วลูตัน ทาวน์อันดับเหนือกว่าพวกเขาเสียอีก   ก้าวไปข้างหน้าจริงหรือ ?? จริงๆแล้วสโต้ค ซิตี้ได้ขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกเพราะ มีผู้จัดการทีมอย่างโทนี่ พูลิสและพูลิสพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเขาสามารถพาทีมอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้อย่างสบาย เมื่อเวลาผ่านไปการเสริมทัพที่มากขึ้นและเป้าหมายของบอร์ดไม่ได้ต้องการแค่รอดตกชั้นอีกต่อไป บอร์ดบริหารของสโต้ค ซิตี้ทำการไล่โทนี่ พูลิสออกจากทีมโดยให้เหตุผลว่าพวกเขาต้องการก้าวไปข้างหน้าและมีการเล่นฟุตบอลที่สวยงามกว่านี้ แฟนบอลบางคนไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นี่คือคนที่ทำให้สโต้คลืมตาอ้า มีต่อ Part 2…

กรานาด้า เอฟซีน้องใหม่มาแรง Part 2

By admin No comments

กรานาด้า เอฟซีน้องใหม่มาแรง Part 2 ต่อ…หลายคนมองว่าด้วยศักยภาพที่พวกเขามีจะทำให้พวกเขาเป็นทีมที่จองตำแหน่งการตกชั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเมื่อผ่านไป 10 นัดทำให้รู้ว่าพวกเรามองกรานาด้าผิดไปขนาดไหนโดยเกมแรกพวกเขาเสมอบียาร์รีลได้หลังจากนั้นมาร์ติเนซผู้จัดการทีมกรานาด้าค่อยๆปรับปรุงข้อเสียและพาทีมทะยานสูงอย่างปัจจุบัน นอกจากนี้แล้วพวกเขายังชนะคู่ต่อสู้ได้และยังสามารถทำคลีนชีทได้หลายนัด ขุมกำลังของกรานาด้าเป็นทีมที่นักเตะไม่ใช่ระดับท็อปของยุโรปแน่นอนเพราะเกือบทั้งหมดของทีมปัจจุบันไม่มีชื่ออยู่ในทีมชาติชุดใหญ่ในการแข่งขันระดับชาติครั้งล่าสุด โดยมีเพียง 3 คนเท่านั้นก็คือRamon Azeez (ไนจีเรีย), Darwin Machis และ Yangel Herrera (ทั้งคู่เล่นให้เวเนซุเอลา)พวกเขามีค่าจ้างทั้งทีมน้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 3 มากกว่ารีล มาร์ยอก้าและรีล บายาโดลิดเท่านั้นแต่ด้วยขิตวิญญาณที่ยอดเยี่ยมทำให้พวกเขามีผลงานที่ดีอยู่ในตอนนี้ด้วยการชนะ 6 ครั้ง เสมอ 2 แพ้ 2 จาก10เกมตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา   ชายผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ผู้ที่มีส่วนและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของกรานาด้าจะเป็นใครไม่ได้นั่นก็คือ เจียง ลีซาง เจ้าของทีมชาวจีนนอกจากนี้เขายังถือหุ้นใหญ่เป็นเจ้าของทีมอย่างปาร์ม่าในอิตาลี รวมไปถึงทีม มินนิสโซต้า ทิมเบอร์วูลฟ์ในเอ็นบีเออีกด้วยหลังจากความล้มเหลวจากเจ้าของชาวอิตาลีคนก่อนทำให้การเข้ามาของเจียงไม่ได้ทำให้แฟนบอลสบายใจมากนักแต่เมื่อมาอยู่ได้ไม่นานเจียงทำทุกอย่างให้เห็นแล้วว่าเขาทุ่มเทกับกรานาด้าขนาดไหนและเขาก็กลายเป็นที่รักของแฟนบอลไปโดยปริยาย กรานาด้ากำลังทำแบบเลสเตอร์ที่อังกฤษ ? กรานาด้ากำลังทำแบบเลสเตอร์ที่อังกฤษหรือไม่เราไม่อาจบอกได้แต่ต้องยอมรับว่าที่เลสเตอร์ทำนั้นมหัศจรรย์มากจิ้งจอกสยามเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกให้กับสโมสรแต่กลับกันกรานาด้าเองก็มีผลงานที่ดีในสเปนอยู่ ณ ตอนนี้แต่ถ้าให้มองความเป็นจริงการเป็นแชมป์ของกรานาด้ายิ่งดูช่างห่างไกลเหลือเกินแต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันกรานาด้าคือทีมที่นำเป็นจ่าฝูงอยู่ตอนนี้และหลังจากที่ได้ดูทีมกรานาด้าเล่นแล้วต้องยอมรับว่าเขาเป็ฯทีมที่แข็งแกร่ง เหนียวและเสียประตูยากทีมนึงถ้าหากมองแค่ต้องการพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลยุโรป ผู้เขียนมองว่าพวกเขาสามารถมีลุ้นได้เลยในฤดูกาลนี้อย่างไรก็ตามด้วยทรัพยากรนักเตะและประสบการณ์ที่มีอย่างจำกัดจำเขี่ยพวกเราก็ยังต้องลุ้นกันต่อไปว่ากรานาด้าจะมีฤดูกาลที่สร้างเซอร์ไพร์สให้กับแฟนบอลหรือว่าฟอร์มอาจจะตกและกลายเป็นทีมหนีตกชั้นอย่างที่พวกเราคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล

กรานาด้า เอฟซีน้องใหม่มาแรง Part 1

By admin No comments

กรานาด้า เอฟซีน้องใหม่มาแรง Part 1 ถ้ามองไปที่ตารางคะแนนของลาลีกา ลีกฟุตบอลสูงสุดประจำชาติสเปนต้องสงสัยกันเป็นแถวว่าทำไมกรานาด้า เก่งขึ้นมาได้อย่างไร ถึงนำจ่าฝูงหลังจบเกมที่พวกเขาเอาชนะ เรอัล เบติสไปได้ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมาด้วยฟอร์มอันร้อนแรงทำให้น้องใหม่ทีมนี้พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ1 ของลาลีกาสเปนอยู่ในตอนนี้โดยแข่งมากกว่าบาร์เซโลน่า 1 นัด อะไรที่เป็นเหตุผลให้พวกเขาฟอร์มแรงอยู่ในขณะนี้เราจะได้รู้กัน หลังจากที่เกมเอลคลาสิโก ระหว่างมาดริดและบาร์เซโลน่าได้ถูกเลื่อนไปทำให้ตอนนี้กรานาด้าขึ้นมาเป็นจ่าฝูงชั่วคราวโดยพวกเขาไม่เคยอยู่ในระดับนี้เลยสักฤดูกาลที่เคยเล่นบนลีกสูงสุดที่ผ่านมา แฟนบอลมากมายต่างกับเซอร์ไพร์สกับตารางคะแนนที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่มีใครอยากเชื่อสายตาตัวเอง เพราะกรานาด้าเพิ่งเลื่อนชั้นมาจากเซกุนด้า โทนี่ อดัมส์คือผู้หว่านเมล็ดพันธุ์จริงหรือ ? จากการวิเคราะห์ของบรรดากูรูฟุตบอลสเปนต่างมีความคิดเห็นตรงกันว่าโทนี่ อดัมส์อดีตผู้จัดการทีมของกรานาด้าที่พาทีมตกชั้นคือผู้เปลี่ยนแปลงกรานาด้าไปอย่างสิ้นเชิงถึงแม้ว่าเมื่อตอนที่อดัมส์มีโอกาสในการคุมทีมถึงแม้จะล้มเหลวแต่อดัมส์ได้ให้คำแนะนำที่สำคัญกับเจียงผู้เป็นเจ้าของสโมสรกรานาด้าที่มาจากประเทศจีน ย้อนกลับไปเมื่อสมัยที่โทนี่ อดัมส์เข้ามาทำทีมกรานาด้าและตกชั้นตอนนั้นเองทีมกรานาด้าเป็นทีมหลากหลายเชื้อชาติตอนนั้นพวกเขามีนักเตะสเปนเพียงแค่ไม่กี่คน และจาก 28 คนทั้งหมดในทีมมีมากกว่า 20 เชื้อชาติ และอดัมส์ให้ความเห็นแก่เจียงเจ้าของทีมชาวจีนว่าพวกเขาควรให้ความสำคัญแก่นักเตะท้องถิ่นหรือนักเตะสเปนเพื่อง่ายต่อการสื่อสารและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในทีม และเจ้าของทีมก็ทำตามคำแนะนำของโทนี่ อดัมส์ที่ปรีกษาชาวอังกฤษของเขา โดยปัจจุบันกรานาด้ามีนักเตะต่างชาติเพียง 8 คน จากทั้งหมด 24 คนและอีก 16 คนเป็นนักเตะสเปนทั้งหมดและแต่งตั้งผู้จัดการทีมที่เป็นชาวสเปนอย่าง ดีเอโก้ มาร์ติเนซ แต่ด้วยวัยแค่เพียง 37 ปี และไม่เคยเล่นฟุตบอลระดับอาชีพมาก่อนทำให้มีคำถามมากมายจากการแต่งตั้งผู้จัดการทีมครั้งนี้แต่เจ้าของทีมชาวจีนยังไม่เปลี่ยนความต้องการแต่อย่างใดโดยประวัติการคุมทีมของมาร์ติเนซเริ่มจากการคุมทีมเยาวชนและก่อนที่จะมากรานาด้าเค้าก็คุมโอซาซูน่ามาก่อน มาร์ติเนซทำผลงานปีแรกด้วยการพากรานาด้าเลื่อนชั้นสู่ลาลีก้าด้วยโควตาลำดับที่ 2 และแม้ว่าก่อนเปิดฤดูกาล ต่อ…Part 2

2 คน 2 คมระหว่างเจอร์เก้น คล็อปป์กับโซลชาร์ Part 2

By admin No comments

2 คน 2 คมระหว่างเจอร์เก้น คล็อปป์กับโซลชาร์ Part 2                      เสริมตัวอย่างชาญฉลาด                             การเสริมนักเตะเข้าทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ก็ถูกชมเป็นอย่างมากว่าเป็นโค้ชที่มองขาดทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องให้เครดิตกับทีมแมวมองของคล็อปป์ด้วย อย่างเช่นการได้ตัว โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ที่ใครก็คิดว่าหมดอนาคตกับเชลซีแต่เขากับมีฟอร์มดั่งเทพเจ้ากับลิเวอร์พูล รวมไปถึงเวอร์จิล ฟานไดค์ กองหลังค่าตัวแพงที่ไม่เคยพิสูจน์เกมระดับยุโรปเลย เพราะก่อนย้ายมาลิเวอร์พูลฟานไดค์เคยเล่นแต่ทีมเล็กๆมาทั้งสิ้นแต่ลิเวอร์พูลก็กล้าทุ่มค่าตัวของฟานไดค์อย่างไม่ลังเลและผลงานที่ผ่านมาก็ไม่ต้องอธิบายให้มากความการที่ลิเวอร์พูลแทบจะหมดปัญหาในแนวรับที่เป็นปัญหาของพวกเขามาตลอด 10 ปีหลังให้หมดไปด้วยชายที่ชื่อ ฟานไดค์ และตำแหน่งอื่นๆที่คุณต้องยอมรับว่าตอนนี้ลิเวอร์พูลแน่นทุกตำแหน่งจริงๆ                 บทพิสูจน์ของโซลชาร์                              โซลชาร์และลูกทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของเขานั้นต้องพบกับฤดูกาลทีย่ำแย่ผลงานที่แฟนบอลส่ายหัวกันเป็นทิวแถวบ้างก็อยากให้โอกาสโซลชาร์บ้างก็อยากไล่ออกไปเต็มทน แต่ทางบอร์ดบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังใจเย็น โซลชาร์เองก็ต้องใช้เกมนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตัวเขาเองก็มีฝีไม้ลายมือในการคุมทีมที่ไม่อ่อนด้อยไปกว่าสมัยการเป็นนักเตะ เพราะ ที่ผ่านมาแท็คติกและการจัดตัวผู้เล่น 11 ตัวจริงของโซลชาร์นั้นค่อนข้างจะเป็นที่ค่อนขอดของแฟนบอลเดนตายของผีแดงเป็นอย่างมาก นัดนี้จะเป็นบทพิสูจน์ของโซลชาร์หรือฟางเส้นสุดท้ายของแฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่มีต่อโซลชาร์กันแน่ นักเตะผีแดงเหลือแต่ชื่อ                                นักเตะแมนยูเองก็ต้องพิสูจน์ตัวเองกันมากมาย เพราะที่ผ่านมาพวกเขานั้นไม่สามารถทำผลงานให้แฟนบอลได้พอใจสักเท่าไหร่ ทั้งป็อกบา แมกไกวร์ ก็เป็นนักเตะที่แมนยูทุบสถิติค่าตัวนักเตะโลกมาทั้งสิ้นแต่แล้วผลงานกลับสวนทางกับการลงทุนเสียเหลือเกิน นี่ยังไม่รวมดาวรุ่งค่าเหนื่อยแพงหูฉีกอย่างแรซฟอร์ด หรือลินการ์ดและอีกหลายๆคน ค่ำคืนนี้เราจะได้รู้กันว่านักเตะผีแดงจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้หรือไม่ว่าพวกเขาคือนักเตะที่มีฝีมือและจะคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่สโมสรจ่ายมาให้กับพวกเขา

2 คน 2 คมระหว่างเจอร์เก้น คล็อปป์กับโซลชาร์ Part 1

By admin No comments

2 คน 2 คมระหว่างเจอร์เก้น คล็อปป์กับโซลชาร์ Part 1                      ไม่น่าเชื่อว่าการเข้ามาของชายที่ชื่อ เจอร์เก้น คลอปป์ นั้นส่งผลต่อสโมสรลิเวอร์พูลอย่างดีวันดีคืน เจอร์เก้น คลอปป์เข้ามาในเดือนตุลาคม ปี2015 ทำให้เดือนนี้จะครบรอบ 4 ปีการเข้ามาทำงานกับลิเวอร์พูล                          ดีวันดีคืน ปี 2015 คือปีแรกของคล็อปเค้ามาทีมได้แชมป์ยูโรป้าลีกและลีคคัพแต่ในพรีเมียร์ลีคพวกเขาทำได้เพียงอันดับที่ 8 เท่านั้น และทำผลงานดีขึ้นเรื่อยๆจนสามารถพาลิเวอร์พูลเข้าชิงยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกสองปีติดโดยเป็นปี2017กับ2018 และเป็นปี2018นี้เองพวกเขาคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกไปได้ ปัจจุบันที่ดีกว่า ผลงานที่ดีมากในปี2018 ของเจอร์เก้น คลอปป์และลิเวอร์พูลทำให้แฟนบอลหลายๆทีมหรือแม้แต่แฟนบอลลิเวอร์พูลเองคิดว่าฤดูกาลใหม่2019 พวกเขาจะคงความร้อนแรงไว้ได้อยู่หรือไม่และเป็นที่แน่นอนความร้อนแรงไม่เคยหยุดหย่อนจนเปิดฤดูกาลใหม่ไปแล้ว 8 นัด พวกเขาชนะรวดเป็นทีมเดียวในยุโรปตอนนี้ที่สามารถชนะรวดได้ โดยถ้าพวกเขาชนะนัดที่ 9 จะเป็นสถิติชนะรวดสูงสุดของสโมสร โชคชะตาเหมือนเล่นตลก                       มันเหมือนโชคชะตาฟ้ากำหนดที่ลิเวอร์พูลกำลังจะทำสถิติสูงสุดชนะรวดของสโมสรแต่แล้วฟ้าก็กำหนดมาให้พวกเขาโคจรมาพบกับคู่รักคู่แค้นตลอดกาลอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นแมนเชสเตอร์หรือลิเวอร์พูลที่สมหวังดั่งใจหวัง แม้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดช่วงนี้จะฟอร์มไม่ค่อยดีแล้วแต่นี่คือการเจออริตลอดการของพวกเขาแน่นอนผีแดงใส่ไม่ยั้งแน่ๆ ลิเวอร์พูลเองก็ต้องการทำสถิติชนะรวดสูงสุดของสโมสรฉะนั้นแล้วทั้งสองทีมไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะต้องเล่นแบบกล้าๆกลัวๆในเกมนี้ คืนนี้จะเป็นอะไรที่แดงเดือดมากแน่ๆ                         อุปนิสัยของโค้ชส่งผลต่อนักเตะ                            ด้วยความที่เจอร์เก้น คล็อปปนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังและเป็นผู้จัดการทีมที่มีอารมณ์ร่วมกับเกมสูงเอามากๆ เราจะสังเกตได้จากการที่เมื่อลิเวอร์พูลทำประตูคู่แข่งได้เขาแทบจะวิ่งรอบสนามเลยทีเดียวแต่กลับกันเมื่อลิเวอร์พูลเสียประตูหรือตกอยู่ในสถานการ์ณที่ย่ำแย่ในเกม เจอร์เก้น คล็อปป์ไม่มีอาการหรือกิริยาที่ไม่พอใจลูกทีมเขาจะส่งและบอกให้ลูกทีมทำหน้าที่ต่อไปนั้นแสดงให้เห็นว่าคล็อปคือผู้จักการทีมที่มีสปิริตเอามากๆ และทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้น ทำให้นักเตะของคล็อปป์ไม่ว่าจะสมัยคุมไมนซ์05 […]

เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล Part 2

By admin No comments

  เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล Part 2             ปีที่สามของคล็อปกับลิเวอร์พูล คือฤดูกาล2018-2019 ในปีนี้เองลิเวอร์พูลได้เสียผู้เล่นตัวหลักของทีมอย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ่ไปให้กับบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัวมหาศาล แต่พวกเขาก็เสริมนักเตะให้กับทีมอย่างยอดเยี่ยมทั้งเวอร์จิล ฟานไดค์ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ซึ่งแน่นอนก่อนเริ่มฤดูกาลเกิดคำถามมากมายว่าปีนี้คล็อปป์จะพาทีมไปได้ไกลแค่ไหนกันนะเมื่อเสียผู้เล่นที่แทบจะแบกเกมรุกของลิเวอร์พูลอย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ่ออกจากทีมไปและการแทนที่ของโมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ในเกมรุกจะทดแทนได้ไหมเพราะซาล่าห์เองก็เคยเล่นในพรีเมียร์ลีกให้กับเชลซีมาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักทำให้เจ้าตัวต้องระหกระเหินไปถึงอิตาลีและกลับมาในอังกฤษกับลิเวอร์พูลอีกครั้ง และยังมีฟานไดค์ที่ลิเวอร์พูลเสริมทัพมาด้วยค่าตัวของกองหลังที่แพงที่สุดในโลกเครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นอีกครั้งกับแฟนลิเวอร์พูลกองหลังที่ไม่เคยเล่นแม้แต่ถ้วยยุโรปทำไมถึงแพงหูฉีกขนาดนี้ แต่แล้วเมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลงทุกคำถามทุกคำค่อนขอดได้หายไปอย่างสิ้นเชิง ฟานไดค์และซาล่าห์พาลิเวอร์พูลเข้าชิงถ้วยยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกได้สำเร็จถึงแม้ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะพ่ายแพ้ต่อรีลมาดริดทีมแกร่งจากสเปนก็ตามทีแต่นี่คือสัญญาณที่ดีสำหรับลิเวอร์พูล และในลีกพวกเขาจบอันดับที่ 4 มีโอกาสเข้าไปแก้ตัวในถ้วยยุโรปอีกครั้ง รางวัลมีไว้สำหรับคนพยายาม ฤดูกาลที่ 4 ในฤดูกาล 2018-2019 แม้จะเป็นสามปีที่ลิเวอร์พูลเองไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือเลยแต่พวกเขายังเชื่อว่าพวกเขาขยับเข้าหาถ้วยใกล้กว่าที่พวกเขาเคยทำกัน ปีนี้พวกเขาได้ประตูตัวเก่งอย่างอลิสซอน เบคเกอร์เข้ามาเสริมทัพ และปีนี้เองที่คล็อปป์ได้ตกผลึกแท็คติกให้กับนักเตะของลิเวอร์พูลอย่างแท้จริงลูกทีมของคล็อปป์สถาปนาตนเป็นทีมไร้เทียมทานบนเกาะอังกฤษโดยขับเคี่ยวไล่ล่าแชมป์กับแมนเชสเตอร์ซิตี้อย่างเมามันส์ แม้จะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 2 พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย แต่พวกเขาเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 2 ปีติดต่อกันและปีที่สองนี้เองที่พวกเขาสามารถเถลิงแชมป์สมัยที่ 6 ให้กับสโมสรลิเวอร์พูลได้สำเร็จ และฤดูกาล2019-2020 ได้เริ่มต้นขึ้นปีนี้พวกเขาจะได้แชมป์ลีกที่รอคอยมานานแสนนานได้หรือไม่ แฟนๆTHE KOP คงต้องเอาใจช่วยทีมกันยกใหญ่เลยแหละ

เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล Part 1

By admin No comments

เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล   หนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอังกฤษทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าต้อง มีชื่อทีมลิเวอร์พูลอยู่ในนั้น พวกเขาคือเจ้าของสถิติแชมป์มากมายแต่ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าช่วงก่อนที่คล็อปเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลในตุลาคม ปี 2015 ลิเวอร์พูลมีถ้วยแชมป์ติดนน้อยมากโดยลิเวอร์พูลเองไม่เคยได้แชมป์ลีคเลยตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 เป็นพรีเมียร์ลีก  และเหมือนพรหมลิขิตเมื่อฤดูกาล 2014ที่ย่ำแย่เอาเรื่องลิเวอร์พูลไม่มีถ้วยแชมป์ติดไม้ติดมือเลยและยังจบอันดับในลีกด้วยอันดับที่ 6 ทำให้เบรเดน รอดเจอร์ผู้จัดการทีมในขณะนั้นต้องออกจากตำแหน่งและชายที่ชื่อเจอร์เก้น คล็อปจึงได้รับงานหินที่จะนำ ลิเวอร์พูลกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้งนึงให้ได้ 3 ปีแรกที่ไร้ถ้วยแต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ฤดูกาล 2015-2016 ได้เริ่มต้นขึ้นลิเวอร์พูลในมือของเจอร์เก้น คล็อปป์เป็นที่น่าสนใจของบรรดาแฟนบอลอังกฤษ เพราะ ฝีมือในการคุมทีมของคล็อปป์ตอนนั้นได้รับการยอมรับในเยอรมันอย่างมากเค้ามาดอร์ทมุนด์บินสูงอยู่หลายปีด้วยทรัพยากรที่จำกัด โดยฤดูกาลนั้นนักเตะของคล็อปป์ไม่ได้ต่างไปจากฤดูกาล 2014 เท่าไหร่นักและในปีแรกที่เขาเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลเขาพาทีมมีเข้าชิงฟุตบอลถ้วยถึง 2 ถ้วย โดยเป็นถ้วยยูโรป้าลีกและลีกคัพ แม้จะอกหักทั้งสองถ้วย ในพรีเมียร์ลีกเองลิเวอร์พูลจะจบถึงอันดับที่ 8 แต่ที่มากกว่านั้นแฟนบอลลิเวอร์พูลค่อนข้างที่จะพอใจสไตล์การทำทีมของคล็อปป์ด้วยที่ว่าทุกคนในทีมช่วยกันไล่บอลช่วยกันเล่นในทุกตำแหน่งถึงแม้จะไม่มีถ้วยติดไม้ติดมือเลยก็ตามที แต่อย่าลืมนี้คือปีแรกของเจอร์เก้น คล็อปป์เท่านั้นการที่เขาทำผลงานได้ขนาดนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมากแล้ว ในปีต่อมา ในฤดูกาล 2016-2017 คล็อปป์ในฐานะผู้จัดการทีมเขาจัดการปรุงแต่งลิเวอร์พูลให้เป็นไปในแบบที่เขาต้องการด้วยเริ่มที่ปล่อยนักเตะและก็เสริมทัพนักเตะมากมาย และตลาดรอบนี้เองพวกเขาได้ตัวซาดิโอ มาเน่และโจเอล มาติปมาและแน่นอนคล็อปป์มองขาดปีแรกของทั้งสองคนก็เข้ามาเป็นตัวหลักชนิดที่ลิเวอร์ขาดแทบไม่ได้เลยทีเดียว และยิ่งมีนักเตะที่อยู่กับทีมก่อนหน้านี้แล้วทำให้ฤดูกาลนี้เองลิเวอร์พูลของคล็อป์เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นการเล่นสวยงาม นักเตะเพรสซิ่งสูงจนเกิดเป็นนิยามแท็คติคของลิเวอร์พูลในตอนนั้นคือ เจอร์เก้น เพลสซิ่ง แต่ในปีนั้นเองลิเวอร์พูลก็ยังไม่มีถ้วยติดมือแต่อย่างใดแต่ที่น่าพอใจคือ พวกเขาเล่นได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและทีมมีพัฒนาการที่ดีส่งผลให้ทีมได้อันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีกและจะได้เข้าไปเล่นยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกถ้วยหูใหญ่ของทวีปยุโรป