เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล Part 2

By admin No comments

  เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล Part 2             ปีที่สามของคล็อปกับลิเวอร์พูล คือฤดูกาล2018-2019 ในปีนี้เองลิเวอร์พูลได้เสียผู้เล่นตัวหลักของทีมอย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ่ไปให้กับบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัวมหาศาล แต่พวกเขาก็เสริมนักเตะให้กับทีมอย่างยอดเยี่ยมทั้งเวอร์จิล ฟานไดค์ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ซึ่งแน่นอนก่อนเริ่มฤดูกาลเกิดคำถามมากมายว่าปีนี้คล็อปป์จะพาทีมไปได้ไกลแค่ไหนกันนะเมื่อเสียผู้เล่นที่แทบจะแบกเกมรุกของลิเวอร์พูลอย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ่ออกจากทีมไปและการแทนที่ของโมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ในเกมรุกจะทดแทนได้ไหมเพราะซาล่าห์เองก็เคยเล่นในพรีเมียร์ลีกให้กับเชลซีมาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักทำให้เจ้าตัวต้องระหกระเหินไปถึงอิตาลีและกลับมาในอังกฤษกับลิเวอร์พูลอีกครั้ง และยังมีฟานไดค์ที่ลิเวอร์พูลเสริมทัพมาด้วยค่าตัวของกองหลังที่แพงที่สุดในโลกเครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นอีกครั้งกับแฟนลิเวอร์พูลกองหลังที่ไม่เคยเล่นแม้แต่ถ้วยยุโรปทำไมถึงแพงหูฉีกขนาดนี้ แต่แล้วเมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลงทุกคำถามทุกคำค่อนขอดได้หายไปอย่างสิ้นเชิง ฟานไดค์และซาล่าห์พาลิเวอร์พูลเข้าชิงถ้วยยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกได้สำเร็จถึงแม้ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะพ่ายแพ้ต่อรีลมาดริดทีมแกร่งจากสเปนก็ตามทีแต่นี่คือสัญญาณที่ดีสำหรับลิเวอร์พูล และในลีกพวกเขาจบอันดับที่ 4 มีโอกาสเข้าไปแก้ตัวในถ้วยยุโรปอีกครั้ง รางวัลมีไว้สำหรับคนพยายาม ฤดูกาลที่ 4 ในฤดูกาล 2018-2019 แม้จะเป็นสามปีที่ลิเวอร์พูลเองไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือเลยแต่พวกเขายังเชื่อว่าพวกเขาขยับเข้าหาถ้วยใกล้กว่าที่พวกเขาเคยทำกัน ปีนี้พวกเขาได้ประตูตัวเก่งอย่างอลิสซอน เบคเกอร์เข้ามาเสริมทัพ และปีนี้เองที่คล็อปป์ได้ตกผลึกแท็คติกให้กับนักเตะของลิเวอร์พูลอย่างแท้จริงลูกทีมของคล็อปป์สถาปนาตนเป็นทีมไร้เทียมทานบนเกาะอังกฤษโดยขับเคี่ยวไล่ล่าแชมป์กับแมนเชสเตอร์ซิตี้อย่างเมามันส์ แม้จะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 2 พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย แต่พวกเขาเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 2 ปีติดต่อกันและปีที่สองนี้เองที่พวกเขาสามารถเถลิงแชมป์สมัยที่ 6 ให้กับสโมสรลิเวอร์พูลได้สำเร็จ และฤดูกาล2019-2020 ได้เริ่มต้นขึ้นปีนี้พวกเขาจะได้แชมป์ลีกที่รอคอยมานานแสนนานได้หรือไม่ แฟนๆTHE KOP คงต้องเอาใจช่วยทีมกันยกใหญ่เลยแหละ

เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล Part 1

By admin No comments

เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล   หนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอังกฤษทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าต้อง มีชื่อทีมลิเวอร์พูลอยู่ในนั้น พวกเขาคือเจ้าของสถิติแชมป์มากมายแต่ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าช่วงก่อนที่คล็อปเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลในตุลาคม ปี 2015 ลิเวอร์พูลมีถ้วยแชมป์ติดนน้อยมากโดยลิเวอร์พูลเองไม่เคยได้แชมป์ลีคเลยตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 เป็นพรีเมียร์ลีก  และเหมือนพรหมลิขิตเมื่อฤดูกาล 2014ที่ย่ำแย่เอาเรื่องลิเวอร์พูลไม่มีถ้วยแชมป์ติดไม้ติดมือเลยและยังจบอันดับในลีกด้วยอันดับที่ 6 ทำให้เบรเดน รอดเจอร์ผู้จัดการทีมในขณะนั้นต้องออกจากตำแหน่งและชายที่ชื่อเจอร์เก้น คล็อปจึงได้รับงานหินที่จะนำ ลิเวอร์พูลกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้งนึงให้ได้ 3 ปีแรกที่ไร้ถ้วยแต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ฤดูกาล 2015-2016 ได้เริ่มต้นขึ้นลิเวอร์พูลในมือของเจอร์เก้น คล็อปป์เป็นที่น่าสนใจของบรรดาแฟนบอลอังกฤษ เพราะ ฝีมือในการคุมทีมของคล็อปป์ตอนนั้นได้รับการยอมรับในเยอรมันอย่างมากเค้ามาดอร์ทมุนด์บินสูงอยู่หลายปีด้วยทรัพยากรที่จำกัด โดยฤดูกาลนั้นนักเตะของคล็อปป์ไม่ได้ต่างไปจากฤดูกาล 2014 เท่าไหร่นักและในปีแรกที่เขาเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลเขาพาทีมมีเข้าชิงฟุตบอลถ้วยถึง 2 ถ้วย โดยเป็นถ้วยยูโรป้าลีกและลีกคัพ แม้จะอกหักทั้งสองถ้วย ในพรีเมียร์ลีกเองลิเวอร์พูลจะจบถึงอันดับที่ 8 แต่ที่มากกว่านั้นแฟนบอลลิเวอร์พูลค่อนข้างที่จะพอใจสไตล์การทำทีมของคล็อปป์ด้วยที่ว่าทุกคนในทีมช่วยกันไล่บอลช่วยกันเล่นในทุกตำแหน่งถึงแม้จะไม่มีถ้วยติดไม้ติดมือเลยก็ตามที แต่อย่าลืมนี้คือปีแรกของเจอร์เก้น คล็อปป์เท่านั้นการที่เขาทำผลงานได้ขนาดนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมากแล้ว ในปีต่อมา ในฤดูกาล 2016-2017 คล็อปป์ในฐานะผู้จัดการทีมเขาจัดการปรุงแต่งลิเวอร์พูลให้เป็นไปในแบบที่เขาต้องการด้วยเริ่มที่ปล่อยนักเตะและก็เสริมทัพนักเตะมากมาย และตลาดรอบนี้เองพวกเขาได้ตัวซาดิโอ มาเน่และโจเอล มาติปมาและแน่นอนคล็อปป์มองขาดปีแรกของทั้งสองคนก็เข้ามาเป็นตัวหลักชนิดที่ลิเวอร์ขาดแทบไม่ได้เลยทีเดียว และยิ่งมีนักเตะที่อยู่กับทีมก่อนหน้านี้แล้วทำให้ฤดูกาลนี้เองลิเวอร์พูลของคล็อป์เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นการเล่นสวยงาม นักเตะเพรสซิ่งสูงจนเกิดเป็นนิยามแท็คติคของลิเวอร์พูลในตอนนั้นคือ เจอร์เก้น เพลสซิ่ง แต่ในปีนั้นเองลิเวอร์พูลก็ยังไม่มีถ้วยติดมือแต่อย่างใดแต่ที่น่าพอใจคือ พวกเขาเล่นได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและทีมมีพัฒนาการที่ดีส่งผลให้ทีมได้อันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีกและจะได้เข้าไปเล่นยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกถ้วยหูใหญ่ของทวีปยุโรป