เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล Part 1

By admin No comments

เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล

 

หนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอังกฤษทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าต้อง

มีชื่อทีมลิเวอร์พูลอยู่ในนั้น พวกเขาคือเจ้าของสถิติแชมป์มากมายแต่ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าช่วงก่อนที่คล็อปเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลในตุลาคม ปี 2015 ลิเวอร์พูลมีถ้วยแชมป์ติดนน้อยมากโดยลิเวอร์พูลเองไม่เคยได้แชมป์ลีคเลยตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 เป็นพรีเมียร์ลีก  และเหมือนพรหมลิขิตเมื่อฤดูกาล 2014ที่ย่ำแย่เอาเรื่องลิเวอร์พูลไม่มีถ้วยแชมป์ติดไม้ติดมือเลยและยังจบอันดับในลีกด้วยอันดับที่ 6 ทำให้เบรเดน รอดเจอร์ผู้จัดการทีมในขณะนั้นต้องออกจากตำแหน่งและชายที่ชื่อเจอร์เก้น คล็อปจึงได้รับงานหินที่จะนำ

ลิเวอร์พูลกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้งนึงให้ได้

3 ปีแรกที่ไร้ถ้วยแต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น

ฤดูกาล 2015-2016 ได้เริ่มต้นขึ้นลิเวอร์พูลในมือของเจอร์เก้น คล็อปป์เป็นที่น่าสนใจของบรรดาแฟนบอลอังกฤษ เพราะ ฝีมือในการคุมทีมของคล็อปป์ตอนนั้นได้รับการยอมรับในเยอรมันอย่างมากเค้ามาดอร์ทมุนด์บินสูงอยู่หลายปีด้วยทรัพยากรที่จำกัด โดยฤดูกาลนั้นนักเตะของคล็อปป์ไม่ได้ต่างไปจากฤดูกาล 2014 เท่าไหร่นักและในปีแรกที่เขาเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลเขาพาทีมมีเข้าชิงฟุตบอลถ้วยถึง 2 ถ้วย โดยเป็นถ้วยยูโรป้าลีกและลีกคัพ แม้จะอกหักทั้งสองถ้วย

ในพรีเมียร์ลีกเองลิเวอร์พูลจะจบถึงอันดับที่ 8 แต่ที่มากกว่านั้นแฟนบอลลิเวอร์พูลค่อนข้างที่จะพอใจสไตล์การทำทีมของคล็อปป์ด้วยที่ว่าทุกคนในทีมช่วยกันไล่บอลช่วยกันเล่นในทุกตำแหน่งถึงแม้จะไม่มีถ้วยติดไม้ติดมือเลยก็ตามที แต่อย่าลืมนี้คือปีแรกของเจอร์เก้น คล็อปป์เท่านั้นการที่เขาทำผลงานได้ขนาดนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมากแล้ว

ในปีต่อมา ในฤดูกาล 2016-2017 คล็อปป์ในฐานะผู้จัดการทีมเขาจัดการปรุงแต่งลิเวอร์พูลให้เป็นไปในแบบที่เขาต้องการด้วยเริ่มที่ปล่อยนักเตะและก็เสริมทัพนักเตะมากมาย และตลาดรอบนี้เองพวกเขาได้ตัวซาดิโอ มาเน่และโจเอล มาติปมาและแน่นอนคล็อปป์มองขาดปีแรกของทั้งสองคนก็เข้ามาเป็นตัวหลักชนิดที่ลิเวอร์ขาดแทบไม่ได้เลยทีเดียว และยิ่งมีนักเตะที่อยู่กับทีมก่อนหน้านี้แล้วทำให้ฤดูกาลนี้เองลิเวอร์พูลของคล็อป์เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นการเล่นสวยงาม นักเตะเพรสซิ่งสูงจนเกิดเป็นนิยามแท็คติคของลิเวอร์พูลในตอนนั้นคือ เจอร์เก้น เพลสซิ่ง แต่ในปีนั้นเองลิเวอร์พูลก็ยังไม่มีถ้วยติดมือแต่อย่างใดแต่ที่น่าพอใจคือ พวกเขาเล่นได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและทีมมีพัฒนาการที่ดีส่งผลให้ทีมได้อันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีกและจะได้เข้าไปเล่นยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกถ้วยหูใหญ่ของทวีปยุโรป

Leave a Reply