ทำไมลิเวอร์พูลถึงเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่แย่สุดในประวัติศาสตร์

พรีเมียร์ลีก

นับตั้งแต่ที่ พรีเมียร์ลีก ก่อกำเนิดขึ้นมา มันก็มีเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทีมไร้พ่ายอย่างอาร์เซนอล ทีมทริปเปิ้ลแชมป์อย่างแมนยู อีกทั้งทีมเชลซีของมูรินโญ่ที่เสียประตูเพียง 15 ลูก และทีมแมนซิตี้ของเป๊ปที่เก็บแต้มในพรีเมียร์ลีกได้ 100 คะแนน

แต่ว่าเมื่อเรามาดูจากแชมป์พรีเมียร์ลีกปีปัจจุบันอย่างลิเวอร์พูลดูบ้าง พวกเขามีสถิติอะไรบ้างจริงอยู่ที่พวกเขาชนะรวดกว่า 18 เกมของพรีเมียร์ลีกก็จริง และนั่นทำให้พวกเขาชนะทุกทีมในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ แต่เรื่องผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ของทีมหงส์แดงก็มีเช่นกัน

แพ้แบบสู้ไม่ได้ เกมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากที่ลิเวอร์พูลรู้ตัวเองว่าได้แชมป์ลีกไปครองเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการยุติ 30 ปี หลังจากที่ร้างลาความสำเร็จไปนาน แต่ว่าเมื่อเจอแมนซิตี้ทีไรก็เหมือนงูเหลือมเจอเชือกกล้วยเหมือนกัน เพราะว่าเกมที่แล้วลิเวอร์พูลอออกไปเยือนแพ้ต่อแมนซิตี้แบบขาดลอย 4-0 เลย แต่นั้นก็พอจะอนุโลมได้ว่าเป็นเพราะเกมนั้นเป็นเกมที่ไร้ความหมายใดแล้ว ยังไม่รวมถึงเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ที่แพ้ดวลจุดโทษต่อทีมเรือใบสีฟ้าอย่างน่าเสียดาย

พรีเมียร์ลีก

แพ้แบบขาดลอยมากเกินไป ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าขำว่าแชมป์อย่างลิเวอร์พูลเกือบจะทำสถิติไร้พ่ายตลอดทั้งฤดูกาลของพรีเมียร์ลีกได้เหมือนกัน แต่เกมที่แพ้เป็นเกมที่แพ้วัตฟอร์ดที่สนามวิคาเรจ โร้ดถึง 3-0 และอีกเกมก็คือแพ้ต่อแมนซิตี้ที่สนามอิตติฮัด สเตเดี้ยม 4-0

และอย่าลืมว่าทีมยังเคยแพ้ต่อเชลซี ในเกมเอฟเอคัพ,และแพ้สองเกมติดต่อกันต่อแอตเลติโก มาดริดในแชมเปี้ยนส์ลีก และแพ้ต่อนาโปลี 2-0 แพ้ต่อแอสตัน วิลล่า 5-0 ในรายการคาราบาวคัพ รวมแล้วพวกเขาแพ้มาแล้วกี่เกมล่ะ แพ้มาแล้ว 7 เกมโดยเกมที่แพ้ก็เป็นเกมที่สู้ไม่ได้เลย

แชมป์ “พรีเมียร์ลีก” ได้ครองบอลเพียง 59.3% ในฤดูกาลนี้

โดยเมื่อดูจากสถิติแล้วทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ครองบอลเพียง 59.3% ในฤดูกาลนี้ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับทีมใหญ่หลายทีมพวกเขาเป็นทีมที่ครองบอลได้น้อยและมีค่าเฉลี่ยการครอสบอลเพียง 6.97 ครั้งต่อเกม เท่านั้น

พรีเมียร์ลีก

แชมป์โควิด 2019 หลายคนมีการล้อเลียนว่าลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ covid-19 ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงที่ว่าพวกเขาเป็นแชมป์ปีที่ทั่วโลกเขามีการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่า แต่เรื่องของสุขภาพของผู้คนจริงๆแล้วก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ และหากว่าไม่มีเรื่องการแพร่กระจายของไวรัสพวกเขาอาจจะเป็นแชมป์ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ไปแล้วก็ได้

ยังมีเนื้อหาเจาะข่าวฟุตบอลอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมายในเว็บไซต์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may have missed