ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ยัน “ชากิรี” ติดเชื้อโควิด 19 เป็นที่เรียบร้อย

ชากิรี ติดโควิด

        เซอร์ดาน ชากิรี พึ่งหายเจ็บ ถูกจับดองกับสโมสร ไม่ได้ย้ายทีม กำลังมีความสุขที่จะได้มาเล่นทีมชาติเพื่อเคาะสนิม แต่ดันติดเชื้อโควิดเจ้ากรรม ซึ่งนับได้ว่าเป็นช่วงเวลาเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของ “แซ็คกี้”เซอร์ดาน ชากิรีอย่างแท้จริง 

        เมื่อช่วงเช้า (6 ตุลาคม) สมาคมฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์ ยืนยันกองกลางหุ่นมะขามข้อเดียวของลิเวอร์พูล ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด19 จึงถูกสั่งแยกไปกักตัวและต้องอดลงช่วยทีมชาติในปฏิทินฟีฟ่าเดย์รอบเดือนตุลาคมนี้ทันที

ชากิรี ติดโควิด

        โดยโปรแกรมมการแข่งขันของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ในปฏิทินฟีฟ่าเดย์รอบเดือนตุลาคม ที่ชากิรี จะพลาดลงช่วยทีมมีอยู่ทั้งหมด 3 นัด ได้แก่ เกมอุ่นเครื่องวันที่ 7 ตุลาคม กับทีมชาติโครเอเชีย ในบ้าน ก่อนทำศึกยูฟ่าเนชั่นเนลลีก ด้วยการออกไปเยือนทีมชาติสเปน วันที่ 10 ตุลาคม และต่อด้วยการออกไปเยือนทีมชาติเยอรมัน วันที่ 13 ตุลาคม   

        ขณะที่ในส่วนของสโมสรต้นสังกัดชากิรี ผลการตรวจพบเชื้อโควิดของเขา ทำให้ดาวเตะหุ่นมะขามข้อเดียวกลายเป็นนักเตะของลิเวอร์พูลรายที่ 4 ต่อจาก ซิมิคาส, ติอาโก้ อาคันทาร่า, ซาดิโอ มาเน่ ที่ติดเชื้อไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นที่น่ากังวลว่าจะมีใครในทีมติดเพิ่มอีกหรือไม่ เพราะจากที่กล่าวมานั้นมีช่วงเวลาการตรวจพบเชื้อโควิด19 ไม่ห่างกัน โดยอาจมีความเป็นไปได้ที่ว่า ชากิรีอาจได้รับเชื้อจากเพื่อนร่วมทีม

ชากิรี ติดโควิด

        ขณะที่สถานการณ์ของเขากับลิเวอร์พูล หลังหายจากอาการบาดเจ็บกำเริบเมื่อฤดูกาลก่อน ที่ว่างในทีมของเขาดูห่างไกลจากตำแหน่งตัวจริงมากขึ้นเรื่อยๆ จนชากิรี ทนไม่ไหวต้องบอกกับเอเยนต์ส่วนตัวว่าต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อโอกาสในการลงสนาม แต่แล้วตลาดซื้อขายระหว่างประเทศก็ปิดลงเมื่อวาน (5 ตุลาคม) ซึ่งไม่มีข้อเสนอที่ดีเข้ามา จึงทำให้เขาต้องอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไป โดยทางเลือกต่อจากนี้ที่สามารถเป็นไปได้ คือการย้ายไปเล่นทีมอื่นในประเทศอังกฤษที่ตลาดซื้อขายจะปิดในวันที่ 16 ตุลาคม นี้

        สำหรับประวัติส่วนตัวของเซอร์ดาน ชากิรี ย้ายจากสโต๊ก ซิตี้ มาร่วมทีมลิเวอร์พูล เมื่อฤดูกาล 2018 ด้วยราคา 13 ล้านปอนด์ ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้เล่นที่สร้างมิติในแดนกลางของทีมได้เป็นอย่างดี แต่ปัญหาของเขาที่ทำให้ไปไม่สุดกับลิเวอร์พูล คืออาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานเขามาโดยตลอด  

ยังมีเนื้อหาเจาะข่าวฟุตบอลอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมายในเว็บไซต์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *