สเปอร์ แพ้ ไบรท์ตั้น 0-1 ที่ 4 ทำเอาขาสั่น

สเปอร์ แพ้ ไบรท์ตั้น

“ไก่เดือยทอง” ทอตแน่ม ฮ็อท สเปอร์ ทีมอันดับ 4 ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก 2021/22 เกมที่ 32 พวกเขาเปิดสนาม ทอตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม พร้อมด้วยแฟนบอล 58,685 คน รับการมาเยือนของ “นกนางนวล” ไบรท์ตั้น ทีมอันดับที่ 11

เกมนี้ “ไก่เดือยทอง” เป็นฝ่ายครองบอล 48.6% พวกเขาสร้างโอกาสยิงได้แค่ 5 ครั้ง ซึ่งไม่เข้ากรอบทั้ง 5 ครั้ง สุดท้ายพวกเขาโดนทีเด็ดของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ดาวเตะตัวทีมชาติเบลเยี่ยม ซัดประตูชัยให้ “นกนางนวล” ในนาทีสุดท้าย

สเปอร์ แพ้ ไบรท์ตั้น

สเปอร์ ยังอยู่ที่ 4 นำหน้า 3 แต้ม

หลังผ่านเกมที่ 32 “ไก่เดือยทอง” ทอตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยังคงมี 57 คะแนนเท่าเดิม นึดที่ 4 ของตารางตามเดิม นำหน้าทีมอันดับ 5 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 คะแนน โดยโปรแกรมเกมที่ 33 ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ มีคิวออกไปเยือน เบรนท์ฟอร์ด ในวันที่ 23 เมษายน

ทางฝั่ง “นกนางนวล” ไบรท์ตั้น หลังผ่านเกมที่ 32 พวกเขาเก็บเพิ่มเป็น 40 คะแนน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 10 โดยโปรแกรมเกมที่ 33 ลูกทีมของ เกรแฮม พอตเตอร์เจาะข่าวฟุตบอล  ต้องเดินทางไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 20 เมษายน

สถิติหลังเกม | สเปอร์ 0-1 ไบรท์ตั้น

ทอตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ครองบอล 48.6% (ไบรท์ตั้น 51.4%) | จ่ายบอล 480:499 ครั้ง | จ่ายบอลสำเร็จ 393:419 ครั้ง | โอกาสยิง 5:12 ครั้ง | ยิงเข้ากรอบ 0:5 ครั้ง | เลี้ยงผ่าน 9:6 ครั้ง | ชนะลูกกลางอากาศ 17:15 ครั้ง | ปะทะชนะ 15:17 ครั้ง | เคลียร์บอล 16:12 ครั้ง | ตัดบอล 8:9 ครั้ง | เตะมุม 4:4 ครั้ง | ฟาล์ว 15:10 ครั้ง | ล้ำหน้า 0:3 ครั้ง | ใบเหลือง 3:3 ใบ

สเปอร์ แพ้ ไบรท์ตั้น

ไทม์ไลน์สำคัญของเกม

ทอตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ใบเหลือง : เดยัน คูลูเซฟสกี้ (27′) , โรดรีโก้ เบนทานคูร์ (34′) , เอเมอร์สัน รอยัล (90+3′)

เปลี่ยนตัว : ลูคัส มูร่า แทน เดยัน คูลูเซฟสกี้ (64′) , แฮร์รี่ วิงค์ แทน โรดรีโก้ เบนทานคูร์ (72′) , สเตเฟ่น เบิร์กไวน์ แทน ซอน เฮือง มิน (88′)

จ่ายบอลสำเร็จมากที่สุดในเกม : เอริค ดายเออร์ 81 ครั้ง

ปะทะชนะมากที่สุดในเกม : คริสเตียน โรเมโร 6 ครั้ง

เคลียร์บอลมากที่สุด : โรดรีโก้ เบนทานคูร์ 4 ครั้ง

ไบรท์ตั้น

90′ | 1-0 เลอันโดร ทรอสซาร์ (ยิง)

ใบเหลือง : เอน็อค เอ็มเวปู (27′) , อีฟส์ บิสซูม่า (58′) , ลูวิส ดังค์ (90+4′)

เปลี่ยนตัว : แดนนี่ เวลเบ็ค แทน เอน็อค เอ็มเวปู (46′) ไฮโลออนไลน์, อดัม ลัลลาน่า แทน มอนเซส ไคเซโด้ (78′) , ซอลลี่ มาร์ช แทน ทาริค แลมป์ตี้ (82′)