เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล Part 2

By admin No comments

  เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล Part 2             ปีที่สามของคล็อปกับลิเวอร์พูล คือฤดูกาล2018-2019 ในปีนี้เองลิเวอร์พูลได้เสียผู้เล่นตัวหลักของทีมอย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ่ไปให้กับบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัวมหาศาล แต่พวกเขาก็เสริมนักเตะให้กับทีมอย่างยอดเยี่ยมทั้งเวอร์จิล ฟานไดค์ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ซึ่งแน่นอนก่อนเริ่มฤดูกาลเกิดคำถามมากมายว่าปีนี้คล็อปป์จะพาทีมไปได้ไกลแค่ไหนกันนะเมื่อเสียผู้เล่นที่แทบจะแบกเกมรุกของลิเวอร์พูลอย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ่ออกจากทีมไปและการแทนที่ของโมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ในเกมรุกจะทดแทนได้ไหมเพราะซาล่าห์เองก็เคยเล่นในพรีเมียร์ลีกให้กับเชลซีมาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักทำให้เจ้าตัวต้องระหกระเหินไปถึงอิตาลีและกลับมาในอังกฤษกับลิเวอร์พูลอีกครั้ง และยังมีฟานไดค์ที่ลิเวอร์พูลเสริมทัพมาด้วยค่าตัวของกองหลังที่แพงที่สุดในโลกเครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นอีกครั้งกับแฟนลิเวอร์พูลกองหลังที่ไม่เคยเล่นแม้แต่ถ้วยยุโรปทำไมถึงแพงหูฉีกขนาดนี้ แต่แล้วเมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลงทุกคำถามทุกคำค่อนขอดได้หายไปอย่างสิ้นเชิง ฟานไดค์และซาล่าห์พาลิเวอร์พูลเข้าชิงถ้วยยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกได้สำเร็จถึงแม้ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะพ่ายแพ้ต่อรีลมาดริดทีมแกร่งจากสเปนก็ตามทีแต่นี่คือสัญญาณที่ดีสำหรับลิเวอร์พูล และในลีกพวกเขาจบอันดับที่ 4 มีโอกาสเข้าไปแก้ตัวในถ้วยยุโรปอีกครั้ง รางวัลมีไว้สำหรับคนพยายาม ฤดูกาลที่ 4 ในฤดูกาล 2018-2019 แม้จะเป็นสามปีที่ลิเวอร์พูลเองไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือเลยแต่พวกเขายังเชื่อว่าพวกเขาขยับเข้าหาถ้วยใกล้กว่าที่พวกเขาเคยทำกัน ปีนี้พวกเขาได้ประตูตัวเก่งอย่างอลิสซอน เบคเกอร์เข้ามาเสริมทัพ และปีนี้เองที่คล็อปป์ได้ตกผลึกแท็คติกให้กับนักเตะของลิเวอร์พูลอย่างแท้จริงลูกทีมของคล็อปป์สถาปนาตนเป็นทีมไร้เทียมทานบนเกาะอังกฤษโดยขับเคี่ยวไล่ล่าแชมป์กับแมนเชสเตอร์ซิตี้อย่างเมามันส์ แม้จะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 2 พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย แต่พวกเขาเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 2 ปีติดต่อกันและปีที่สองนี้เองที่พวกเขาสามารถเถลิงแชมป์สมัยที่ 6 ให้กับสโมสรลิเวอร์พูลได้สำเร็จ และฤดูกาล2019-2020 ได้เริ่มต้นขึ้นปีนี้พวกเขาจะได้แชมป์ลีกที่รอคอยมานานแสนนานได้หรือไม่ แฟนๆTHE KOP คงต้องเอาใจช่วยทีมกันยกใหญ่เลยแหละ

เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล Part 1

By admin No comments

เจอร์เก้น คล็อป ชายผู้เปลี่ยนลิเวอร์พูลไปตลอดกาล   หนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอังกฤษทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าต้อง มีชื่อทีมลิเวอร์พูลอยู่ในนั้น พวกเขาคือเจ้าของสถิติแชมป์มากมายแต่ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าช่วงก่อนที่คล็อปเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลในตุลาคม ปี 2015 ลิเวอร์พูลมีถ้วยแชมป์ติดนน้อยมากโดยลิเวอร์พูลเองไม่เคยได้แชมป์ลีคเลยตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 เป็นพรีเมียร์ลีก  และเหมือนพรหมลิขิตเมื่อฤดูกาล 2014ที่ย่ำแย่เอาเรื่องลิเวอร์พูลไม่มีถ้วยแชมป์ติดไม้ติดมือเลยและยังจบอันดับในลีกด้วยอันดับที่ 6 ทำให้เบรเดน รอดเจอร์ผู้จัดการทีมในขณะนั้นต้องออกจากตำแหน่งและชายที่ชื่อเจอร์เก้น คล็อปจึงได้รับงานหินที่จะนำ ลิเวอร์พูลกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้งนึงให้ได้ 3 ปีแรกที่ไร้ถ้วยแต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ฤดูกาล 2015-2016 ได้เริ่มต้นขึ้นลิเวอร์พูลในมือของเจอร์เก้น คล็อปป์เป็นที่น่าสนใจของบรรดาแฟนบอลอังกฤษ เพราะ ฝีมือในการคุมทีมของคล็อปป์ตอนนั้นได้รับการยอมรับในเยอรมันอย่างมากเค้ามาดอร์ทมุนด์บินสูงอยู่หลายปีด้วยทรัพยากรที่จำกัด โดยฤดูกาลนั้นนักเตะของคล็อปป์ไม่ได้ต่างไปจากฤดูกาล 2014 เท่าไหร่นักและในปีแรกที่เขาเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลเขาพาทีมมีเข้าชิงฟุตบอลถ้วยถึง 2 ถ้วย โดยเป็นถ้วยยูโรป้าลีกและลีกคัพ แม้จะอกหักทั้งสองถ้วย ในพรีเมียร์ลีกเองลิเวอร์พูลจะจบถึงอันดับที่ 8 แต่ที่มากกว่านั้นแฟนบอลลิเวอร์พูลค่อนข้างที่จะพอใจสไตล์การทำทีมของคล็อปป์ด้วยที่ว่าทุกคนในทีมช่วยกันไล่บอลช่วยกันเล่นในทุกตำแหน่งถึงแม้จะไม่มีถ้วยติดไม้ติดมือเลยก็ตามที แต่อย่าลืมนี้คือปีแรกของเจอร์เก้น คล็อปป์เท่านั้นการที่เขาทำผลงานได้ขนาดนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมากแล้ว ในปีต่อมา ในฤดูกาล 2016-2017 คล็อปป์ในฐานะผู้จัดการทีมเขาจัดการปรุงแต่งลิเวอร์พูลให้เป็นไปในแบบที่เขาต้องการด้วยเริ่มที่ปล่อยนักเตะและก็เสริมทัพนักเตะมากมาย และตลาดรอบนี้เองพวกเขาได้ตัวซาดิโอ มาเน่และโจเอล มาติปมาและแน่นอนคล็อปป์มองขาดปีแรกของทั้งสองคนก็เข้ามาเป็นตัวหลักชนิดที่ลิเวอร์ขาดแทบไม่ได้เลยทีเดียว และยิ่งมีนักเตะที่อยู่กับทีมก่อนหน้านี้แล้วทำให้ฤดูกาลนี้เองลิเวอร์พูลของคล็อป์เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นการเล่นสวยงาม นักเตะเพรสซิ่งสูงจนเกิดเป็นนิยามแท็คติคของลิเวอร์พูลในตอนนั้นคือ เจอร์เก้น เพลสซิ่ง แต่ในปีนั้นเองลิเวอร์พูลก็ยังไม่มีถ้วยติดมือแต่อย่างใดแต่ที่น่าพอใจคือ พวกเขาเล่นได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและทีมมีพัฒนาการที่ดีส่งผลให้ทีมได้อันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีกและจะได้เข้าไปเล่นยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกถ้วยหูใหญ่ของทวีปยุโรป

วานบิสซาก้า – เรียกข้าว่า “ไอ้แมงมุม” !

By admin No comments

วานบิสซาก้า – เรียกข้าว่า “ไอ้แมงมุม” !  “ไอ้แมงมุม” เมื่อเอ่ยถึงฉายานี้ของ “อารอน วานบิสซาก้า” นั้น คงมีบางคนที่อาจจะงง ว่าฉายานี้ ได้แต่ใดมา แต่ถ้าหากใครที่เคยดวลต่อต่อตัวกับ วานบิสซาก้า หรือเคยดูตัวเขาในสนามแข่งนั้น คงจะไม่สงสัยเป็นแน่ สูงยาวเขาดี ขายาวแบบระเกะระกะ แต่เมื่อใดตาม ใครที่โดนเขาล็อคเป้าแล้ว เกมนั้นเขาผู้นั้น ต้องตกที่นั่งลำบากเป็นแน่ วานบิสซาก้า ย้ายมาร่วมทัพปีศาจแดงเมื่อช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 50 ล้านปอนด์ ทำไมถึงใช้คำว่ามหาศาล ก็เพราะชายหนุ่มผู้นี้ อายุเพียง 21 ปีเท่านั้น และเพิ่งมาเป็นที่รู้จักกับพาเลซเมื่อปีก่อนนี่เอง และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เมื่อสองปีก่อน เขา เป็นเพียงแค่ ‘ปีกตัวสำรอง’ ที่ฟอร์มธรรมดาๆเท่านั้นของปราสาทเรือนแก้ว   “ตอนที่เขาเป็นดาวรุ่งอยู่ เขาเป็นนักเตะที่ไม่ได้มีอะไรหวือหวามาก เขาทำประตู แล้วก็แอสซิสต์ได้น้อย ในตำแหน่งตัวริมเส้น ซึ่งถ้าจะวัดกับระดับพรีเมียร์ลีก ก็คงยังไม่ถึงขั้น” แกรี่ อีสซอตต์ ผอ. ทีมเยาวชนของ พาเลซ กล่าว   […]

สถิติหลังเกมทีมใหญ่ในคืนวันอาทิตย์ Part 2

By admin No comments

– เกมนี้ เปาโล กัซซานิก้า ผู้รักษาประตูของ สเปอร์ส เซฟไปทั้งหมด 12 ครั้งมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ ดาบิด เด เกอา เมื่อปี 2017 ในเกมพบ อาร์เซน่อล (14) แต่ก็ไม่สามารถพาทีมของเขามีแต้มออกไปจากแอนฟิลด์ได้อยู่ดี – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กลับมายิงประตูได้ในลีกที่แอนฟิลด์ในรอบ 1414 วันนับตั้งแต่ทำได้ในเกมพบ เวสต์บรอมวิช เมื่อปี 2015 โดยเกมนี้กัปตันทีมหงส์แดงเป็นผู้ยิงประตูตีเสมอให้กับทีมก่อนพาทีมชนะเสปอร์ไปในที่สุด – แซร์ช โอริเย่ร์ กองหลัง “ไก่เดือยทอง” ทำเสียจุดโทษไปแล้ว 4 ลูกจาก 48 เกมรวมทุกรายการนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อปี 2017 โดยเป็นกองหลังท่ทำเสียจุดโทษมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกขณะนี้ – แฮร์รี่ เคน มีส่วนร่วมไปถึง 150 ประตูจาก 191 นัดในลีกกับ สเปอร์ส โดนเขาสามารถยิงประตูได้ถึง 131 ประตูและสามารถแอสซิสต์ให้กับเพื่อนไปถึง 19 ประตู #สถิติหลังเกม […]

สถิติหลังเกมทีมใหญ่ในคืนวันอาทิตย์

By admin No comments

  สถิติหลังเกมทีมใหญ่ในคืนวันอาทิตย์ #สถิติหลังเกม ปืนใหญ่ เสมอ พาเลซ 2-2 -นัดนี้อาร์เซนอลออกนำก่อนสองประตูแต่ถูกคริสตัล พาเลซตีเสมอก่อนแบ่งแต้มกันไปอย่างน่าเสียดาย – ก่อนหน้านี้ 49 เกมในพรีเมียร์ลีกหาก อาร์เซน่อล ออกนำคู่แข่งก่อนสองประตูพวกเขาสามารถชนะได้ทั้งหมด แต่ 2 เกมหลังสุดพวกเขาลงเอยด้วยการเสมอ (วัตฟอร์ด, คริสตัล พาเลซ) – นับตั้งแต่เลื่อนชั้นกลับมาพรีเมียร์ลีกปี 2013/14 ของคริสตัล พาเลซ พวกเขาได้จุดโทษถึง 48 ครั้งและยิงเข้า 39 ลูกมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก – สองประตูแรกของ อาร์เซน่อล ในเกมนี้มีระยะห่างกันแค่ 106 วินาที – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ มีส่วนร่วมถึง 29 ประตูในลีกยามลงเล่นในเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม โดยมีแค่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง คนเดียวที่มากกว่า (30 ครั้ง) นับตั้งแต่กองหน้าชาวฝรั่งเศสย้ายมาในทีมเมื่อปี 2017 – นับตั้งแต่ลงเล่นให้กับ คริสตัล […]

4 ผู้เล่นในลีกจีนที่จะย้ายกลับไปเล่นในยุโรปอีกครั้ง

By admin No comments

4 ผู้เล่นในลีกจีนที่จะย้ายกลับไปเล่นในยุโรปอีกครั้ง ในปีที่ผ่านๆมา ลีกจีนมีนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์มากมายหมุนเวียนกันเข้าไปเล่นในนั้นบางคนก็ไปเพียง 1 ฤดูกาลและกลับมาในยุโรปบางคนก็มีข่าวว่ากำลังจะได้กลับมาเพราะพวกเขายังมีฝีเท้าที่ดีพอที่จะสามารถเล่นได้ในยุโรป 1.Oscar(Shanghai SIPG) มิดฟิลด์สัญชาติบราซิลคนนี้ทุกคนรู้จักในฝีเท้ากันดีเมื่อครั้นที่เขาลงเล่นให้กับเชลซี เจ้าตัวย้ายมาที่ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีมาด้วยราคา 60 ล้านปอนด์ในเดือนมกราคมปี 2017 นับมาถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่า 2ปี แล้วที่ย้ายมาในแดนมังกรของออสการ์ ฝีเท้าของออสการ์ยังไว้ใจได้ก่อนที่จะย้ายมาเขาคว้าแชมป์ลีกคัพและยูโรป้าลีกกับเชลซี ปัจจุบันออสการ์มีอายุ 27 ปี ประตูกลับสู่ลีกยุโรปของเขายังคงเปิดกว้างและสัญญากับทีมของเขาจะหมดลงในปี 2020 นี้อีกด้วยทำให้โอกาสที่เราจะเห็นมิดฟิลด์คนนี้กับมาวาดลวดลายในลีกยุโปรอีกครั้งค่อนข้างเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว 2.Marek Hamsik (Dalian yifang) ฮัมซิคเพิ่งย้ายมาเล่นในแดนมังกรเมื่อกุมภาพันธ์เมื่อปี 2019 หลังจากย้ายออกจากนาโปลี หลังจากไปเล่นในลีกจีนแฟนบอลต่างมองว่า ฮัมซิคยังมีความสามารถในการเล่นในลีกยุโรปได้อย่างสบายแม้ว่าอายุของเขาจะอยู่ที่ 32 ปี เขาก็ยังสามารถกลับไปโชว์ฝีเท้าในลีกยุโรปอย่างสบายๆ 3.Odion Ighalo (Shanghai Greenland shenhau) อิกาโลย้ายมาเล่นในลีกจีนเมื่อปี2017 หลังจากย้ายออกจากวัตฟอร์ดมา ในทีแรกเจ้าตัวย้ายมาร่วมทีมกับชางฉุน ยาไต่ และด้วยฟอร์มที่ดีทำให้ย้ายมาเล่นกับเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ก่อนที่เขาจะย้ายมาหากินในแดนมังกรเขาคือกองหน้าที่มีความอันตรายอันดับต้นๆของพรีเมียร์ลีก และตอนนี้เองถึงแม้ว่าจะย้ายมาเล่นในจีนสองปีติดแล้วแต่พิษสงความอันตรายของเจ้าตัวยังไม่หมดไปทำให้หลายคนยังคิดว่าเขาน่าจะกลับไปไล่ล่าแชมป์ลีกยุโรปอีกครั้งให้ได้ 4.Yannik Carrasco(Dalian yifang) ยานนิค การาสโก้ […]

4 นักเตะที่ฝีเท้าดีเกินจะอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ?

By admin No comments

4 นักเตะที่ฝีเท้าดีเกินจะอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ นักเตะในพรีเมียร์ลีกหลายคนเองถูกวิจาร์ณว่าดีไม่พอสำหรับลีก ควรถูกลดระดับไปเล่นลีกที่ต่ำกว่า แต่ในแชมเปี้ยนชิพเองมีอยู่ไม่กี่คนที่แฟนบอลพูดว่าเขาดีเกินกว่าจะเล่นในลีกรองนี้สมควรที่จะขึ้นไปพรีเมียร์ลีกได้แล้ว วันนี้ผู้เขียนมีนักเตะอยู่ในใจ 4 คนด้วยกันที่คิดว่าพวกเขาเหล่านี้พร้อมแล้วกับการเล่นบนลีกสูงสุดของประเทศและจะสามารถทำได้ดีอีกด้วย 1.grady diangana (westbrom) สำหรับดาวเตะวัย 21 ปีถือว่ายังมีเวลาพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะและตอนนี้เองเขาก็ได้ย้ายจากเวสต์แฮมมายืมตัวเล่นกับเวสต์บรอมวิชซึ่งผู้จัดการทีมอย่างสลาเวน บิลิชเองที่เคยคุมเวสต์แฮมน่าจะรู้พิษสงของกองกลางคนนี้เป็นอย่างดี และเมื่อบิลิชออกจากเวสต์แฮมมาอยู่กับเวสต์บรอมเขาก็ไม่พลาดที่จะยืมตัวกองกลางคนนี้ติดมือมาด้วยและทำผลงานลง 12 นัด ยิง4 ประตูในตำแหน่งมิดฟิลด์ 2.conor Gallagher (charlton) กองกลางวัย 19 ปีคนนี้ถูกชารล์ตันยืมตัวมาจากเชลซีลัอาจจะเป็นอนาคตของเชลซีก็ได้ เขาอาจจะตามรอยเมาท์และอับบราฮัมที่แจ้งเกิดในระดับแชมเปี้ยนชิพก่อนจะพุ่งทะยานเป็นตัวหลักของเชลซี โดยผลงานของกัลลาเกอร์เองเจ้าตัวได้ลงเป็นตัวหลักของทีมโดยเล่นไปแล้ว 14 นัดและทำไป 5 ประตู ซ฿งน่าจับตามองมากๆสำหรับเด็กวัยเพียง 19 ปี 3.kalvin phillips (leed) เคลวิน ฟิลิปป์เล่นในตำแหน่งกองกลางเขาลงเล่นในลีกรองไปถึง 143 นัดด้วยวัยเพียงแค่ 23 ปีนี่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเขาและแน่นอนแอสตัน วิลล่าที่เคยเจอลีดส์และรู้จักฟิลิปป์เป็นอย่างดียื่นซื้อเขาด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์แต่เจ้าตัวปฎิเสธขอเล่นกับลีดส์ต่อไปเพื่อจะช่วยทีมไปเล่นในระดับพรีเมียร์ลีกให้ได้ และถ้าไม่ได้ลีดส์เองอาจจะเสียกองกลางคนนี้ออกไปจากทีมเพราะมีทีมใหญ่จ้องหมายปองในตัวเขามากมาย 4.olie Watkin(brentford) วัตกินส์กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีเขายิงประตูให้กับเบรนท์ฟอรด์ไปแล้ว 8 ประตูในฤดูกาลนี้โดยฤดูกาลที่แล้วเขามีข่าวเชื่อมโยงกับคริสตัล พาเลซและเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดและเขาออาจจะย้ายทีมได้ในเดือนมกราคมนี้ […]

แฮทริกที่รอคอย ของเหล่าปีศาจแดง

By admin No comments

แฮทริกที่รอคอย ของเหล่าปีศาจแดง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าถ้าหากแฟนๆปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากจะย้อนเวลาหาอดีต เพื่อหาว่าทีมรักนั้น ทำประตูถล่มประตูด้วยการ ‘แฮททริก’ ครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นเมื่อใด ต้องลากยาวไปจนถึง ยุคที่มีอดีตศูนย์หน้าซ้ายฉมังแดนกังหันอย่าง ‘โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์’ กันเลยทีเดียว โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ คือ บุรุษคนสุดท้าย ผู้ที่กดแฮททริก หรือยิง 3 ประตูในเกมเดียวให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ ในเกมพรีเมียร์ ลีก แต่ก็ต้องย้อนวันวานยังหวานอยู่ไปจนถึงเดือน เมษายน ปี 2013 เลย และปีนั้น คือเป็นขวบปีสุดท้ายในการคุมทีมปีศาจแดง ของท่าเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตบรมกุนซือแห่งยุค และ ‘ป๋ากี้’ ก็สามารถพาเหล่าพลพรรคปีศาจแดง คว้าชัยชนะไปได้อย่างไม่ยากเย็น 3-0 เหนือแอสตัน วิลล่า โดยมีกองหน้า อย่างฟาน เพอร์ซี่เหมาทำคนเดียวทั้ง 3 ลูก และจากวันนั้น มาจนถึงยุคที่มีเกมรุกห่วยๆในปัจจุบันนี้ […]

สิงห์บูล ของแลมพาร์ด จะสามารถพาทีมยกถ้วยได้หรือไม่?

By admin No comments

  สิงห์บูล ของแลมพาร์ด ช่วงเวลา 13 ปีในฐานะนักเตะทีมเชลซีของแฟรงค์ แลมพาร์ด เค้านั้นถือเป็นนักเตะคนนึงที่แฟนบอลต่างรักและสนับสนุนมาตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งในสโมสร แลมพาร์ดอาจจะเคยได้รับรางวัลมากมายกับสโมสรเชลซีในฐานะนักเตะของสโมสร แต่ในตอนนี้เค้าต้องก้าวเข้ามารับตำแหน่งนายใหญ่ ผู้จัดการทีมคนใหม่ของเชลซีด้วยการเซ็นสัญญา 3 ปี เมื่อ มิ.ย. กลางปีที่ผ่านมา ทำให้เค้าต้องมารับบทบาทใหม่ในที่เดิมที่เค้าคุ้นเคยมาตลอด ซึ่งมันก็อาจจะเป็นได้ทั้งแรงผลักดัน และแรงกดดันไปในเวลาเดียวกัน   อย่างที่บอกไปในข้างต้น แลมพาร์ดเริ่มก้าวเข้ามาคุมทีมอย่างเต็มตัวเมื่อเดือน มิ.ย. กลางปีที่ผ่านมา โดยทางสโมสรได้ให้สัญญาในการคุมทีมกับเค้าไว้ 3 ปี แลมพาร์ดเริ่มต้นฤดูกาลนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่เพราะพลาดท่าแพ้แมนยูไปถึง 4-0 และแพ้จุดโทษลิเวอร์พูลในนัดชิดยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ และหลังจากนั้นผลงานของสิงห์บูลก็ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่ในสายตาแฟนบอลทีมอื่น แต่สำหรับแฟนบอลเชลซีเองเค้ายังคงเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวผู้จัดการทีมที่เป็นนักเตะระดับตำนานของสโมสร ว่ากุนซือคนใหม่ของพวกเค้าจะสามารถพาทีมที่พวกเค้ารักกลับมาประสบความสำเร็จได้แน่นอน เพราะในเวลานี้คงไม่มีใครที่จะรู้ใจ และเข้าใจถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ได้ดีเท่าผู้จัดการทีมคนนี้อีกแล้ว   แต่ทางด้านผู้จัดการทีมคนใหม่คนนี้ก็ได้กล่าวกับสื่อว่า “เค้ามีความมั่นใจว่าเค้าสามารถจะพาเชลซีจบในระดับท็อฟโฟร์ได้แน่ๆ ในฤดูกาลนี้ ถึงแม้ว่าเชลซีนั้นจะห่างกับจ่าฝูงลิเวอร์พูลถึง 8 แต้ม แต่เค้าก็ห่างกับแมนซิตี้แชมป์ฤดูกาลที่แล้วเพียง 2 แต้มเท่านั้นเอง และในช่วงนี้ทีมอื่นๆก็ค่อนข้างแย่เหมือนกัน เชลซีจึงควรใช้โอกาสนี้ในการรีบเก็บแต้มเพื่อลุ้นให้สามารถขยับอันดับให้ดีขึ้นเรื่อยๆ”   ตอนนี้ผลงานของสิงห์บูลถือว่ากำลังเริ่มเข้าที่เข้าทาง มีนักเตะที่มีฝืมือดี เล่นดีมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพวกดาวรุ่ง แลมพาร์ดเองถือว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ชอบให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่ ชอบให้โอกาสพวกดาวรุ่งลงเล่นอยู่เสมอ […]

ยุคทองของหงส์แดง แรงกว่านี้ต้องรถส่งแกง แล้วหละ!

By admin No comments

  ยุคทองของหงส์แดง หากพูดถึงทีมในพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ ทีมแรกเลยที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคงจะเป็นทีมหัวตารางอย่างลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นทีมที่ออกตัวได้อย่างร้อนแรง หากพูดถึงฤดูกาลที่แล้วหงส์แดงก็เกือบทำสำเร็จ หากแต่แพ้คะแนนให้กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ไปแบบวัดกันในแมทต์สุดท้ายเลยทีเดียว แต่พอมาฤดูกาลนี้ หงส์แดงเปิดตัวอย่างร้อนแรง เก็บสถิติอันสวยหรู ด้วยการไม่แพ้ใครเลยในลีค เก็บ 28 แต้มจาก 10 นัด   ด้วยสถิติอันร้อนแรงขนาดนี้ ต้องกล่าวชมหัวเรือใหญ่อย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของลิเวอร์พูลที่สามารถนำลูกทีคว้าชัยได้อย่างต่อเนื่อง จนขึ้นเป็นอับดับ 1 ของพรีเมียร์ลีกในขณะนี้ อาจจะเพราะมีประสบการณ์จากฤดูกาลที่แล้ว ที่ในตอนแรกลิเวอร์พูลมีคะแนนนำแมนซิตี้อยู่ถึง 10 แต้ม แต่สุดท้ายก็กลับโดนแมนซิตี้กระชากแชมป์ที่ถือว่าอยู่ในมือไปเลยทีเดียว   พอมาในฤดูกาลนี้ คล็อปป์ จึงเน้นในทุกเกมส์ ให้ลูกทีมพยายามเก็บแต้มให้ได้มากที่สุด และในขณะที่ลิเวอร์พูลยิ่งเล่นก็ยิ่งดี แต่ทีมอื่นๆยังไม่เข้าฟอร์ม สะดุดกันไปหมด ตั้งแต่แมนซิตี้ที่นักเตะเจ็บกันเยอะ เชลซีและอาเซน่อลที่ฟอร์มไม่สม่ำเสมอ และแมนยูที่ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มกลับมาได้ ทำให้ลิเวอร์พูลในตอนนี้จะเรียกว่าไร้ที่ติ ไร้คู่แข่งก็ว่าได้ อีกทั้งนักเตะเองก็สามารถทำหน้าที่ขอตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้กระทั่งตัวสำรอง   นักเตะลิเวอร์พูลมีใจในการเล่นทุกคนแม้แต่เกมส์ที่ควรเสมอหรือแพ้ คล็อปป์ก็สามารถแก้เกมส์เรียกกำลังใจให้กับนักเตะกลับมาได้ บางเกมส์หงส์แดงก็ไม่สามารถเดินหน้าถล่มคู่แข่งได้แต่พวกเขาสามารถทำประตูได้เมื่อพวกเขามีโอกาส ไม่ได้ใช้โอกาสฟุ่มเฟือย หรือบางเกมส์ก็มายิ่งในช่วงท้ายเกมส์จากที่ตามหรือเสมออยู่ก็ทำให้กลับมาชนะได้นั่นเอง มีหลายๆคนบอกว่า คุณสมบัติของทีมที่จะเป็นแชมป์ ก็คือ จะต้องชนะได้ในเกมส์ที่ควรเสมอ […]

  • 1
  • 2